วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2558

จุดประสงค์ที่ 7

Memory
-อุปกรณ์เก็บสถานะข้อมูลและชุดคำสั่ง เพื่อการประมวลผลของคอมพิวเตอร์
-ข้อมูลที่เก็บจะที 3 ประเภท คือ
1.ระบบปฏิบัติการและซอฟแวร์ของระบบอื่น ๆ ที่มีการควบคุมหรือรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์และ อุปกรณ์นั้นๆ
2.โปรแกรมต่าง ๆ ที่ดำเนินการงานที่เฉพาะเจาะจง เช่น การประมวลผลคำ
3.ข้อมูลที่ถูกประมวลผลโดยโปรแกรมและผลลัพท์ของข้อมูล

Bytes and Addressable Memory
bytes เป็นพื้นฐานหน่วยเก็บข้อมูลของ memory แต่ละ bytes จะมีที่อยู่ ใน memory  และ
ที่อยู่นั้นจะมีเลขที่ระบุตำแหน่งของ byte ใน memory เหมือนกับ ที่นั่งในโรงโอเปรา ที่จะมีเลขที่นั่งในแต่ละที่ และตำแหนง สามารถที่จะว่างได้ เพราะฉะนั้นการเข้าถึงข้อมูล คอมพิวเตอร์จะต้องระบุ ตำแหน่งที่เก็บข้อมูลไว้ด้วย


Memory Sizes

Term
Abbreviatio
Approximate Number of Bytes
Exact Number of Bytes
Approximate Number of Pages of Text
Kilobyte
KB or K
1 thousand
1,024
1/2
Megabyte
MB
1 million
1,048,576
500
Gigabyte
GB
1 billion
1,073,741,824
500,000
Terabyte
TB
1 billion
1,099,511,627,776
500,000,000


Types of Memory
memory มี 2 ประเภท คือ
-volatile memory เมื่อปิดคอมพิวเตอร์แล้ว มันจะหายไป ได้แก่ RAM
-Nonvolatile memory เมื่อปิดคอมพิวเตอร์ มันจะไม่หายไป ได้แก่ ROM , flash memory  และ  CMOS


RAM(Random Access Memory)
เป็น main memory ประกอบด้วย memory chips  ที่สามารถอ่านและเขียนได้จาก processor และอุปกรณ์อื่นๆ เมื่อเปิดคอมพิวเตอร์ ไฟล์ปฎิบัติการบางอย่าง (เช่น ไฟล์ที่กำหนดว่า desktop จะขึ้นมาอย่างไร) โหลดจาก แหล่งเก็บข้อมูล(เช่น hard disk)เข้ามาใน RAM ไฟล์พวกนี้จะอยูาใน RAM ตราบใดที่เครื่องยังเปิดอยู่
Cache
Memory cache ช่วยให้การทำงานของคอมพิวเตอร์เร็วขึ้น เพราะมันจะเก็บข้อมูลที่ใช้บ่อย คอมพิวเตอร์ จะมี memory cache 2 ประเภท ได้แก่ L1 cache และ L2 cache บางเครื่องก็จะมี L3 cache
-L1 cache ถูกสร้างโดยตรงใน processor chip มีความจุน้อย(8 KB ถึง 128  KB) ขนาดปกติที่ใช้ในคอมพิวเตอร์ คือ 32 KB หรือ 64 KB
-L2 cache ช้ากว่า L1 เล็กน้อย แต่มีความจุมากกว่า(64 KB ถึง 16 MB) ถูกสร้างโดยตรงใน processor chip
-L3 cache เป็น cache ที่อยู่บน motherborad  ที่แยกออกจาก processor chip  L3 จะอยู่ใน คอมพิวเตอร์ที่ใช้ L2 advanced เท่านั้น คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลมักจะมีถึง 8 MB ของแคช L3 Servers และ Workstationมีตั้งแต่ 8 MB 24 MB ของแคช L3
Cache จะทำให้การทำงานเร็วขึ้น เพราะมันจะเก็บข้อมูลไว้ เมื่อต้องการข้อมูล มันจะไปหาใน L1 หลังจากนั้น L2 ถ้ามี L3 มันก้จะไปหาใน L3 หลังจากนั้นก็ RAM

ROM(Read-Only Memory)
เป็น memory chip ที่เก็บข้อมูลโดยถาวร ข้อมูลที่อยู่ในนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ (เนื่องจากสามารถอ่านได้อย่างเดียว) ROM เป็น nonvolatile ดังนั้น ข้อมูลจะไม่หายไปแม้จะไม่มีพลังงานแล้วก็ตาม
ผู้ผลิต ROM chip จะเก็บข้อมูล และคำสั่ง ใน chip ROM chips (firmware) จะบรรจุข้อมูลและคำสั่ง อย่างถาวร
PROM(programmable read-only memory) chip เป็น ROM chip  ที่ว่าง ที่ โปรแกรมเมอร์ สามารถเขียนได้อย่างถาวร โปรแกรมเมอร์จะใช้ microcode ที่จะโปรแกรม PROM chip เมื่อเขียน microcode แล้ว มันจะไม่สามารถเปลี่ยนได้อีก
การเปลี่ยน PROM เรียกว่า EEPROM(electrically erasable programable read-only mempry) chip เป็น chip ที่สามารถลบ microcode ด้วย สัญญาณไฟฟ้า

Flash Memory
เป็น nonvolatile memory ที่สามารถลบได้ และเขียนขึ้นใหม่ได้ คล้ายกับ EEPROM คอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ จะใช้ flash memory จะเก็บคำสั่งการเริ่มต้นของพวกเขาเพราะมันจะช่วยให้เครื่องคอมพิวเตอร์ได้อย่างง่ายดายเพื่อเปลี่ยนแปลงเนื้อหา
Flash memory chips จะเก็บข้อมูลและโปรแกรม ใน คอมพิวเตอร์พกพา เช่นs mart phones, portable media players, PDAs, printers, digital cameras, automotive devices, digital voice recorders และ pagers. เมื่อคุณใส่ชื่อ และที่อยู่ ใน smart phone หรือPDA flash memory chip จะเก็บข้อมูลไว้

CMOS (complementary  metal-oxide semiconductor )
บาง RAM chips ,memory chips และ other memory chip  ใช้ CMOS techology เพราะ มันทำให้มีความเร็วสูง และใช้พลังงานเล็กน้อย CMOS technology ใช้พลังงานที่จะเก็บข้อมูล แม้กระทั่งไฟจะไม่มี เช่น สามารถ เก็บปฏิทิน วัน และเวลา แม้เครื่องจะปิดก็ตาม flash memory chip ก็ใช้ CMOS technology เช่นกัน

วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2558

The system unit (จุดประสงค์ 1 2)

The System Unit
ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ใช้ที่บ้านหรือผู้ใช้เกี่ยวกับธุรกิจ คุณจะซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่หรืออัพเกรดเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่บางครั้งในอนาคต  ดังนั้นคุณควรเข้าใจจุดประสงค์ของแต่ละส่วนประกอบในคอมพิวเตอร์ ในบทที่ 1 นี้จะกล่าวถึงคอมพิวเตอร์รวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการป้อนข้อมูล , การประมวลผลส่งออก , การจัดเก็บและการติดต่อสื่อสาร ซึ่งแต่ละส่วนประกอบทั้งหลายเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบ
ระบบประกอบด้วยชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ของคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการประมวลผลข้อมูล ระบบมีอยู่ในรูปแบบและขนาดที่หลากหลาย ระบบบางครั้งเรียกว่า ตัวถัง ซึ่งทำจากโลหะหรือพลาสติกและเพื่อปกป้องชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ภายในจากความเสียหาย คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือทุกเครื่องต่างก็มีระบบ

บนโต๊ะคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล  ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลเป็นส่วนหนึ่งของระบบ อุปกรณ์อื่นๆ เช่น คีย์บอร์ด , เมาส์ , ไมโครโฟน , จอภาพ , เครื่องพิมพ์ , USB แฟลชไดร์ฟ , สแกนเนอร์ , กล้องเว็บแคมและลำโพง เป็นต้น
เมนบอร์ด (Main board)  บางครั้งเรียกว่า กระดานระบบ เป็นแผงวงจรหลักของระบบ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์หลายเชื่อมต่อกับเมนบอร์ด รูปที่ 4-3 แสดงให้เห็นภาพของเดสก์ท็อป ปัจจุบันเมนบอร์ดของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและ slot สำหรับ adapter card , ชิพประมวลผลและหน่วยความจำ , ชิพหน่วยความจำที่ติดตั้งบนการ์ดเอมอรี (โมดูล) ที่เหมาะสมในช่องเสียบบนเมนบอร์ด ชิพคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่เป็นชิ้นเล็กๆ มักใช้ซิลิกอน ซึ่งจะมีแผงวงจรรวมฝัง  การมีความสามารถในการแบกกระแสไฟฟ้า วงจรแต่ละแบบสามารถเป็นล้านองค์ประกอบต่างๆ เช่น ตัวต้านทาน , ตัวเก็บประจุและทรานซิสเตอร์ ตัวอย่างเช่น สามารถทำหน้าที่เป็นสวิทช์อิเล็กทรอนิกส์ที่เปิดหรือปิดวงจรสำหรับค่าใช้จ่ายไฟฟ้า ในปัจจุบันคอมพิวเตอร์มีชิพคอมพิวเตอร์หลายล้านหรือพันล้านทรานซิสเตอร์ ชิพส่วนใหญ่จะไม่ใหญ่กว่าครึ่งหนึ่งตารางนิ้ว

Expansion slot and adapter card (จุดประสงค์ที่ 8)

Expansion Slot
              
เป็นช่องเสียบของเมนบอร์ดที่สามารถเก็บ adapter card

Adapter Card (บางครั้งเรียกว่า Expansion Card)
              
เป็น Circuit Board ที่ช่วยเพิ่มฟังก์ชั่นของ Component of The System unit และ ช่วยให้การเชื่อมต่อ Peripherals

Peripherals
            เป็นอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับ และ สามารถควบคุมโดย Processorในคอมพิวเตอร์
ตัวอย่าง :
Modem , Printer , Scanner , Keyboard และ Mouse

สร้าง Adapter Card กับ ตัวอื่นๆ และ สาย Cable เพื่อเชื่อมต่อกับ Adapter Card ต่างๆ
เช่น กล้องวิดีโอแบบดิจิตอล
, ภายนอกของ System Unit บางการ์ด ใส่ช่องเสียบบนคอมพิวเตอร์

เมนบอร์ดบางอย่าง
              
มีความสามารถที่จำเป็นทั้งหมดและไม่ต้องใช้ Adapter Card

เมนบอร์ดอื่น
            ก็ต้องใช้ Adapter Card เพื่อให้มีความสามารถ เช่น เสียง วิดีโอ เป็นต้น

Sound Card
              
ทำหน้าที่ กำเนิดเสียง ของ คอมพิวเตอร์ โดยให้เสียงผ่านจาก Microphone และ ลำโพง หรือ หูฟัง

Video Card (เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Graphic Card)
               ทำหน้าที่ แปลง การส่งออกคอมพิวเตอร์ไปยังสัญญาณ Video ที่เดินผ่านจากสาย Cable ไปยัง จอภาพ ซึ่งจะแสดงภาพบนหน้าจอ
            คอมพิวเตอร์ปัจจุบันนี้ สามารถสนับสนุน
Plug and Play ซึ่งหมายถึง คอมพิวเตอร์สามารถทำงาน อัตโนมัติ สามารถปรับแต่ง Adapter card และ Peripherals ต่างๆตามที่คุณติดตั้งเอาไว้  ถ้ามี Plug and Play มาสนับสนุน ก็หมายความว่า คุณสามารถเสียบอุปกรณ์ได้  เปิดเครื่องได้ และทันทีที่จะเริ่มใช้งาน

Removable Flash Memory (หน่วยความจำแบบถอดได้)
            ซึ่งมีความแตกต่างจาก Adapter Card ที่คุณต้องเปิดระบบ และติดตั้งเมนบอร์ด สามารถเปลี่ยนเป็น อุปกรณ์ Removable flash memory โดยไม่ต้องเปิดระบบ หรือ Restart คอมพิวเตอร์

                          
               คุณลักษณะนี้ เรียกว่า Hot Plugging สามารถช่วยให้ Insert และ Remove ของ Removable Flash Memory และ อุปกรณ์อื่นๆ ในขณะที่ คอมพิวเตอร์กำลังทำงาน
              

Removable Flash Memory มีอะไรบ้าง
·     Memory cards
·     USB flash drives
·     PC Cards/Express Card modules

Memory card
            เป็นอุปกรณ์ Removable Flash Memory มักจะใหญ่กว่า 1.5 นิ้ว ของความสูงหรือความกว้างที่สามารถ Insert และ Remove จาก ช่องเสียบในคอมพิวเตอร์  , Game Console , มือถือ
มือถือมีหลากหลาย เช่น Smartphone , กล้องดิจิตอล , Card readers/writers ,การใช้เครื่องเล่นสื่อแบบพกพาโดยใช้ Memory card ...บางครั้ง Printer และ คอมพิวเตอร์ มี card readers/writers  หรือ ช่องเสียบที่เอาไว้อ่าน Memory card
*** นอกจากนี้ คุณสามารถซื้อ
external card reader/writer เอาไปใช้กับคอมพิวเตอร์ ***

USB flash drive
               เป็นอุปกรณ์เก็บข้อมูลหน่วยความจำที่เสียบกับพอร์ต USB บนเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ โทรศัพท์มือถือ
            คอมพิวเตอร์ , โน้ตบุ๊ก และ แท็บเล็ต จะต้องมีช่องเสียบ PC Card หรือ Express Card ซึ่งเป็นชนิดพิเศษ ที่สามารถเก็บช่อง PC Card หรือ Express Card ตามลำดับ
Netbook ส่วนใหญ่ จะไม่มีช่องเสียบ PC Card  หรือ Express Card

PC Card
              
มีขนาดบาง ขนาดเท่ากับ Credit Card เพื่อเปิดใช้งานโน้ตบุ๊กและแท็บเล็ตในการเข้าถึง Wireless


Express Card Modules
               ประมาณครึ่งหนึ่งของขนาดของ PC Card สามารถนำไปใช้ removable flash memory device , Add Memory , สื่อสาร , Multi-Media และ ความสามารถในการรักษาความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์

Data Representation (จุดประสงค์ที่ 5)

Data Representation  การแทนรหัสข้อมูล
รูปที่ 1

          ในการที่จะเข้าใจวิธีการที่คอมพิวเตอร์ประมวลผลข้อมูล เราก็ควรจะรู้ถึงวิธีการที่คอมพิวเตอร์แสดงข้อมูล โดยส่วนใหญ่คอมพิวเตอร์จะแสดงข้อมูลโดยใช้สัญญาณ(ข้อมูล)แบบดิจิตอล  ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 2 สถานะ  :  ON  คือ สถานะที่มีไฟฟ้าสื่อความหมายเป็น  “1”  และ OFF คือ สถานะที่ไม่มีไฟฟ้าสื่อความหมายเป็น “0” (รูปที่ 1)

          ระบบเลขฐานสอง เป็นระบบที่มีเพียงสองตัวเลข คือ 1 กับ 0 ซึ่งเรียกว่า bit หรือเลขโดดฐานสอง บิตเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดที่คอมพิวเตอร์สามารถประมวลผลได้

รูปที่ 2

          เมื่อบิตมารวมกัน 8 ตัว  จะเรียกหน่วยของข้อมูล 8 ตัวนั้นว่า byte  ซึ่งไบต์เมื่อแสดงเป็นเลข 0 และ 1 จะสามารถแสดงเลขที่ต่างกันได้ถึง 256 ตัว โดยแต่ละตัวคือ เนื้อที่ที่คอมพิวเตอร์จัดไว้สำหรับเก็บข้อมูล  ตัวเลข  ตัวพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็กของ ตัวอักษร เครื่องหมายวรรคตอน และ อื่นๆ เช่น ตัวอักษรของกรีก
รูปที่ 3

          ชุดของไบต์ที่แสดงข้อมูลต่างๆ เรียกว่า รูปแบบรหัสแทนข้อมูล  เช่น 00110100 แสดงหมายเลข 4 , 00110110 แสดงหมายเลข 6 และ 01000101 แสดงตัวอักษร E (รูปที่ 2) รหัสแอสกี ( ASCII : American Standard Code International Interchange ) เป็นรูปแบบรหัสข้อมูลที่ใช้กันอย่างแพร่หลายเพื่อแสดงข้อมูล (รูปที่ 3)      

   เนื่องจากรหัสแอสกีเก็บข้อมูลได้สูงสุดเพียง 256 รูปแบบ ซึ่งเพียงพอสำหรับภาษาอังกฤษและยุโรปตะวันตก แต่ไม่เพียงพอสำหรับเอเชียและภาษาอื่นๆเพราะมีตัวอักษรที่แตกต่างกัน  จึงมีการนำรหัสยูนิโค้ด (Unicode) มาใช้ ยูนิโค้ดมีรูปแบบรหัสข้อมุลแบบ 16 บิต ซึ่งสามารถแสดงผลได้มากกว่า 65,000 ตัวอักษร  ปัจจุบันยูนิโค้ดสามารถแสดงได้เกือบทุกภาษาในโลก และยูนิโค้ดยังขอสงวนไว้อีก 30,000 รหัสสำหรับการพัฒนาขยายในอนาคต และ 6,000 รหัส สำหรับการใช้งานส่วนตัว  ยูนิโค้ดสามารถใช้ได้ในหลายระบบปฏิบัติการ คือ Windows, Mac OS และ Linux

          รูปแบบการเข้ารหัสทำให้มนุษย์สามารถตอบโต้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ประมวลผลดิจิตอลบิตได้ เมื่อคุณกดปุ่มบนแป้นพิมพ์ ชิปในแป้นพิมพ์จะแปลงสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์เป็นรหัสพิเศษที่ถูกส่งไปยังหน่วยระบบ จากนั้นหน่วยระบบแปลงรหัสในรูปแบบเลขฐานสองคอมพิวเตอร์สามารถประมวลผลและเก็บไว้ในหน่วยความจำ ตัวอักษรทุกตัวจะถูกแปลงเป็นไบต์ จากนั้นคอมพิวเตอร์จะประมวลผลข้อมูลเป็นไบต์ซึ่งเป็นชุดของการON/OFFของสถานะทางไฟฟ้า เมื่อประมวลผลเสร็จสิ้นซอฟต์แวร์แปลงไบต์เป็นเลขตัวอักษร หรืออักขระพิเศษและมาแสดงบนหน้าจอ (รูปที่ 4)                                                 

รูปที่ 4





                                     

Keeping your computer or Mobile Device Clean (จุดประสงค์ที่ 12)

Keeping your computer or Mobile Device Clean
ตลอดเวลา System unit มักจะมีฝุ่นเสมอ แม้จะเป็นที่ที่สะอาดก็ตาม ฝุ่นสามารถขัดขวางการทำงานของทางผ่านของลมในคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์เคลื่อนที่ ที่เป็นสาเหตุของ ความร้อนมากไป เป็นสนิม หรือทำให้เครื่องหยุดทำงาน โดยการทำความสะอาดคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์พกพา เพียง 1-2 ครั้งต่อปี ก็สามารถที่จะยืดอายุการใช้งานได้ การป้องกันคอมพิวเตอร์นี้ต้องการผลิตภัณฑ์พื้นฐานบางประการ
-กระป๋องอัดอากาศ-นำฝุ่นออกจากส่วนที่ยากจะเข้าถึง เอาของเหลวที่เหนียวออกจากคีบอร์ด
-สำลี ผ้าที่ไร้ไฟฟ้าสถิตย์ และฟองน้ำ
-น้ำยาทำความสะอาดหน้าจอ หรือแอลกอฮอล์ผสมกับน้ำ อย่างละครึ่ง(หน้าใช้แอมโมเนียที่มีค่าเป็นเบส)
-เครื่องดูดฝุ่นคอมพิวเตอร์อันเล็ก(หรือใส่อุปกรณ์ส่วนเล็กที่เครื่องดูดฝุ่นที่บ้าน)
-ปลอกแขนเสื้อไร้ไฟฟ้าสถิตย์ เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการทำความเสียหายให้กับอุปกรณ์ที่อยู่ภายในคอมพิวเตอร์ด้วยไฟฟ้าสถิตย์
-ไขควงอันเล็ก(อาจจะต้องเปิดเคส หรือเอา adapter card ออก)
ก่อนที่จะทำความสะอาดภายนอกคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์เคลื่อนที่ ต้องปิดเครื่องก่อน และ ที่สำคัญ ถอดปลั๊กออก ถอดแบตเตอรี่ออก และเอาสายเคเบิลออกจาก port ใช้กระป๋องอัดอากาศ เป่าฝุ่น ออกจากส่วนที่อยู่ส่วนนอกคอมพิวเตอร์ หรือเคสของอุปกรณ์ เช่น drives, slots, ports, และช่องพัดลม ต่อจากนั้นใช้ผ้าไร้ไฟฟ้าสถิตย์ทำความสะอาดส่วนนอกของเคส และใช้ยาทำความสะอาดบนผ้านิ่มๆ แล้วเช็ดหน้าจอ
ถ้าคุณไม่สะดวกที่จะทำความสะอาดข้างในหน้าจอ หรือเคสโน๊ตบุ๊ค คุณสามารถหาคนเก่งๆแถวนั้น หรือบริษัทคอมพิวเตอร์ทำความสะอาดให้คุณ (อ่าน Ethics & Issues 4-5 สำหรับเนื้อหาที่สัมพันธ์กัน) หรือ ถ้าคุณคุ้นเคยกับอุปรณ์อิเล็คทรอนิค คุณสามารถทำความสะอาดมันด้วยตัวเอง ขณะทำความสะอาดข้างในเคส ควรจะใส่ปลอกแขนไร้ไฟฟ้าสถิตย์ ใช้ผ้าที่ไร้ไฟฟ้าสถิตย์ทำความสะอาดด้านในผนังของเคส จากนั้นดูดฝุ่นเท่าที่จะดูดได้ รวมถึงสายไฟ, chip, adapter card, และใบพัดพัดลม ฉีดลมออกจากกระป๋องอัดในส่วนที่เคื่องดูดฝุ่นดูดไม่ถึง ถ้า motherborad และ adapter card ยังดูสกปรกอยู่ ให้ค่อยๆเช็ดมันด้วยผ้าไร้ไฟฟ้าสถิตย์ หรือฟองน้ำที่เปียกแอลกอฮอล์เล็กน้อย หลังจากเสดแล้ว ให้เขียนวันที่ทำความสะอาดไว้ เพื่อที่คุณจะได้มีการบันทึกสำหรับการทำความสะอาดรอบถัดไป


Ethics & Issues 4-5
ช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ควรที่จะมีใบอนุญาติผู้ตรวจสอบส่วนตัว หรือไม่?
เร็วๆนี้ รัฐบาลได้อนุญาติกฏหมายที่ได้ เรียกร้องให้ช่างซ่อมคอมพิวเตอร์มี ใบอนุญาติผู้ตรวจสอบส่วนตัว ถ้าพวกเขาได้ทบทวน หรือวิเคราะห์ ข้อมูลบนคอมพิวเตอร์ ที่พวกเขาซ่อม สาเหตุหนึ่ง ที่กฏหมายได้บัญญัติขึ้น คือผู้บริหารธุรกิจ และพ่อแม่เอาคอมพิวเตอร์ไปให้ช่าง วิเคราะห์นิสัยผู้ใช้ของลูกจ้าง และลูกของเขา ด้วยเหตุผลนี้ ช่างซ่อมกำลังวิเคราะห์ เพื่อที่จะได้รับ ใบรับรองผู้ตรวจสอบส่วนตัว ต้องได้รับการศึกษาระดับปริญญาความยุติธรรมทางอาญาหรือบริการเป็นเด็กฝึกงานเพื่อผู้ตรวจสอบส่วนตัว การดำเนินการ 3 เดือน และมีราคาสูง การฝ่าฝืนกฏหมาย ยังไงก็ตาม อาจจะเข้าไปอยู่ในคุก และจ่ายค่าปรับจำนวนมาก หลายบริษัทซ่อมคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก เรียกร้องว่า ถ้าบังคับ กฎหมายจะเอาพวกเขาออกจากธุรกิจบริษัทที่ใหญ่กว่า บางครั้งมีพนักงานที่มีใบอนุญาตืตรวจสอบส่วนตัว นักวิจารณ์ทางกฎหมาย เรียกร้องว่า กฎหมายมันมากไป สำหรับตัวอย่าง พ่อแม่ควรจะมีสิทธิที่จะเอาคอมพิวเตอร์ ไปให้ช่าง เพื่อที่จะได้เห็นว่า เด็กๆทำอะไรกับคอมพิวเตอร์