วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2558

Data Representation (จุดประสงค์ที่ 5)

Data Representation  การแทนรหัสข้อมูล
รูปที่ 1

          ในการที่จะเข้าใจวิธีการที่คอมพิวเตอร์ประมวลผลข้อมูล เราก็ควรจะรู้ถึงวิธีการที่คอมพิวเตอร์แสดงข้อมูล โดยส่วนใหญ่คอมพิวเตอร์จะแสดงข้อมูลโดยใช้สัญญาณ(ข้อมูล)แบบดิจิตอล  ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 2 สถานะ  :  ON  คือ สถานะที่มีไฟฟ้าสื่อความหมายเป็น  “1”  และ OFF คือ สถานะที่ไม่มีไฟฟ้าสื่อความหมายเป็น “0” (รูปที่ 1)

          ระบบเลขฐานสอง เป็นระบบที่มีเพียงสองตัวเลข คือ 1 กับ 0 ซึ่งเรียกว่า bit หรือเลขโดดฐานสอง บิตเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดที่คอมพิวเตอร์สามารถประมวลผลได้

รูปที่ 2

          เมื่อบิตมารวมกัน 8 ตัว  จะเรียกหน่วยของข้อมูล 8 ตัวนั้นว่า byte  ซึ่งไบต์เมื่อแสดงเป็นเลข 0 และ 1 จะสามารถแสดงเลขที่ต่างกันได้ถึง 256 ตัว โดยแต่ละตัวคือ เนื้อที่ที่คอมพิวเตอร์จัดไว้สำหรับเก็บข้อมูล  ตัวเลข  ตัวพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็กของ ตัวอักษร เครื่องหมายวรรคตอน และ อื่นๆ เช่น ตัวอักษรของกรีก
รูปที่ 3

          ชุดของไบต์ที่แสดงข้อมูลต่างๆ เรียกว่า รูปแบบรหัสแทนข้อมูล  เช่น 00110100 แสดงหมายเลข 4 , 00110110 แสดงหมายเลข 6 และ 01000101 แสดงตัวอักษร E (รูปที่ 2) รหัสแอสกี ( ASCII : American Standard Code International Interchange ) เป็นรูปแบบรหัสข้อมูลที่ใช้กันอย่างแพร่หลายเพื่อแสดงข้อมูล (รูปที่ 3)      

   เนื่องจากรหัสแอสกีเก็บข้อมูลได้สูงสุดเพียง 256 รูปแบบ ซึ่งเพียงพอสำหรับภาษาอังกฤษและยุโรปตะวันตก แต่ไม่เพียงพอสำหรับเอเชียและภาษาอื่นๆเพราะมีตัวอักษรที่แตกต่างกัน  จึงมีการนำรหัสยูนิโค้ด (Unicode) มาใช้ ยูนิโค้ดมีรูปแบบรหัสข้อมุลแบบ 16 บิต ซึ่งสามารถแสดงผลได้มากกว่า 65,000 ตัวอักษร  ปัจจุบันยูนิโค้ดสามารถแสดงได้เกือบทุกภาษาในโลก และยูนิโค้ดยังขอสงวนไว้อีก 30,000 รหัสสำหรับการพัฒนาขยายในอนาคต และ 6,000 รหัส สำหรับการใช้งานส่วนตัว  ยูนิโค้ดสามารถใช้ได้ในหลายระบบปฏิบัติการ คือ Windows, Mac OS และ Linux

          รูปแบบการเข้ารหัสทำให้มนุษย์สามารถตอบโต้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ประมวลผลดิจิตอลบิตได้ เมื่อคุณกดปุ่มบนแป้นพิมพ์ ชิปในแป้นพิมพ์จะแปลงสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์เป็นรหัสพิเศษที่ถูกส่งไปยังหน่วยระบบ จากนั้นหน่วยระบบแปลงรหัสในรูปแบบเลขฐานสองคอมพิวเตอร์สามารถประมวลผลและเก็บไว้ในหน่วยความจำ ตัวอักษรทุกตัวจะถูกแปลงเป็นไบต์ จากนั้นคอมพิวเตอร์จะประมวลผลข้อมูลเป็นไบต์ซึ่งเป็นชุดของการON/OFFของสถานะทางไฟฟ้า เมื่อประมวลผลเสร็จสิ้นซอฟต์แวร์แปลงไบต์เป็นเลขตัวอักษร หรืออักขระพิเศษและมาแสดงบนหน้าจอ (รูปที่ 4)                                                 

รูปที่ 4





                                     

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น